| Server IP : 182.53.201.61 / Your IP : 216.73.217.175 Web Server : Apache/2.2.15 (Fedora) System : Linux km10.dyndns.org 2.6.31.5-127.fc12.i686.PAE #1 SMP Sat Nov 7 21:25:57 EST 2009 i686 User : apache ( 48) PHP Version : 5.3.3 Disable Function : NONE MySQL : ON | cURL : ON | WGET : ON | Perl : ON | Python : ON | Sudo : ON | Pkexec : ON Directory : /usr/share/gnome/help/user-guide/th/ |
Upload File : |
<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<!-- -*- indent-tabs-mode: nil -*- -->
<chapter id="overview">
<title>ภาพรวมของเดสก์ท็อป</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-1"/>
<!-- MOVE THESE ANCHORS -->
<!-- Desktop Overview / To Find Out More -->
<anchor id="gosoverview-12"/>
<!-- Desktop Overview / To Find Out More / About GNOME Desktop Topics -->
<anchor id="gosoverview-31"/>
<!-- Desktop Overview / To Find Out More / About Applets -->
<anchor id="gosgetstarted-33"/>
<!-- Desktop Overview / To Find Out More / About Applications -->
<anchor id="gosgetstarted-35"/>
<highlights>
<para>บทนี้จะพาคุณทำความรู้จักกับองค์ประกอบพื้นฐานของเดสก์ท็อป ซึ่งรวมถึง <glossterm>หน้าต่าง</glossterm>, <glossterm>พื้นที่ทำงาน</glossterm> และ <glossterm>โปรแกรมประยุกต์</glossterm> งาน (หรือการเล่น) เกือบทั้งหมดของคุณใน GNOME จะเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบพื้นฐานเหล่านี้</para>
<note>
<para>บทนี้จะบรรยาย GNOME แบบปริยาย ผู้จัดแจกหรือผู้ดูแลระบบของคุณอาจปรับแต่งเดสก์ท็อปไว้ให้ดูต่างจากสิ่งที่บรรยายในที่นี้</para>
</note>
</highlights>
<section id="overview-intro">
<title>เกริ่นนำ</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-5"/>
<indexterm>
<primary>องค์ประกอบของเดสก์ท็อป GNOME, แนะนำ</primary>
</indexterm>
<para>เมื่อคุณเปิดวาระเดสก์ท็อปเป็นครั้งแรก คุณควรพบหน้าจอเริ่มต้นแบบปริยาย ซึ่งมีพาเนล หน้าต่าง และไอคอนหลายตัว</para>
<para>องค์ประกอบหลักของเดสก์ท็อป GNOME คือ:</para>
<variablelist>
<varlistentry>
<term>พื้นโต๊ะ</term>
<listitem><para>พื้นโต๊ะ เป็นสิ่งที่อยู่หลังองค์ประกอบอื่น ๆ บนพื้นโต๊ะ คุณสามารถวางวัตถุต่าง ๆ บนพื้นโต๊ะเพื่อเข้าถึงแฟ้มหรือไดเรกทอรีต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว หรือเรียกโปรแกรมที่คุณใช้บ่อยก็ได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก <xref linkend="overview-desktop"/></para></listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>พาเนล</term>
<listitem><para><firstterm>พาเนล</firstterm> คือแถบสองแถบที่วางพาดอยู่ที่ด้านบนและด้านล่างของหน้าจอ โดยปกติ พาเนลด้านบนจะแสดงแถบเมนูหลักของ GNOME วันเวลา และไอคอนสำหรับเรียกโปรแกรมจำนวนหนึ่ง ส่วนพาเนลด้านล่างจะแสดงรายชื่อหน้าต่างที่เปิดอยู่ และช่องสลับพื้นที่ทำงาน</para>
<para>คุณสามารถปรับแต่งพาเนลให้มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่หลากหลายได้ เช่น เพิ่มเมนู ปุ่มเรียก และโปรแกรมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า <firstterm>แอพเพล็ต</firstterm> ตัวอย่างเช่น คุณสามารถปรับแต่งพาเนลให้แสดงรายงานอากาศในท้องที่ของคุณได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกกับพาเนลได้ที่ <xref linkend="panels"/></para></listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>หน้าต่าง</term>
<listitem><para>โปรแกรมส่วนใหญ่จะทำงานภายในหน้าต่างตั้งแต่หนึ่งบานขึ้นไป คุณสามารถเปิดหน้าต่างได้หลายบานพร้อมกันบนพื้นโต๊ะของคุณ และสามารถปรับขนาดและย้ายหน้าต่างไปยังตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการทำงานได้ หน้าต่างแต่ละบานจะมี <firstterm>แถบชื่อหน้าต่าง</firstterm> ที่ด้านบน พร้อมปุ่มสำหรับย่อเก็บ ขยายแผ่ และปิดหน้าต่าง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้หน้าต่างได้ที่ <xref linkend="overview-windows"/></para></listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>พื้นที่ทำงาน</term>
<listitem><para>คุณสามารถแบ่งพื้นโต๊ะของคุณออกเป็น <firstterm>พื้นที่ทำงาน</firstterm> หลายพื้นที่แยกจากกันได้ แต่ละพื้นที่ทำงานสามารถวางหน้าต่างได้หลายบาน ซึ่งช่วยให้คุณจัดกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกันได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้พื้นที่ทำงานได้ที่ <xref linkend="overview-workspaces"/></para></listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>โปรแกรมจัดการแฟ้ม</term>
<listitem><para>โปรแกรมจัดการแฟ้ม <application>Nautilus</application> ช่วยให้คุณเข้าถึงแฟ้ม โฟลเดอร์ และโปรแกรมต่าง ๆ ได้ คุณสามารถจัดการเนื้อหาของโฟลเดอร์ได้ด้วยโปรแกรมจัดการแฟ้ม และเปิดแฟ้มได้ด้วยโปรแกรมที่เหมาะสม ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <xref linkend="nautilus"/></para></listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>ศูนย์ควบคุม</term>
<listitem><para>คุณสามารถปรับแต่งคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยใช้ <application>ศูนย์ควบคุม</application> ซึ่งสามารถเรียกได้จากเมนู <guimenu>ระบบ</guimenu> ในแถบเมนูบนพาเนล เครื่องมือปรับแต่งแต่ละอย่างในศูนย์ควบคุมจะช่วยคุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ของเครื่อง ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ควบคุมได้ที่ <xref linkend="prefs"/></para></listitem>
</varlistentry>
</variablelist>
<para>ผู้จัดแจกหรือผู้ดูแลระบบของคุณอาจมีการปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ให้เหมาะกับความต้องการของคุณ ดังนั้น พื้นโต๊ะของคุณอาจไม่เหมือนกับสิ่งที่บรรยายไว้ในคู่มือนี้เสียทั้งหมด อย่างไรก็ดี คู่มือนี้ก็ยังให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการใช้องค์ประกอบต่าง ๆ บนพื้นโต๊ะของคุณได้</para>
</section>
<section id="overview-desktop">
<title>พื้นโต๊ะ</title>
<anchor id="nautilus-desktop"/>
<para>พื้นโต๊ะจะอยู่หลังองค์ประกอบอื่นทั้งหมดบนหน้าจอของคุณ เมื่อไม่มีหน้าต่างใด ๆ เปิดอยู่ พื้นโต๊ะก็คือส่วนของหน้าจอที่อยู่ระหว่างพาเนลขอบบนและพาเนลขอบล่าง คุณสามารถวางแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่ต้องการใช้ใกล้ ๆ มือลงบนพื้นโต๊ะได้</para>
<para>พื้นโต๊ะยังมีวัตถุพิเศษหลายชิ้นวางอยู่:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para>ไอคอน <interface>คอมพิวเตอร์</interface> จะช่วยคุณเข้าถึงซีดี สื่อถอดเสียบเช่นแผ่นฟลอปปี้ รวมทั้งระบบแฟ้มทั้งหมด (หรือที่เรียกว่าระบบแฟ้มราก) ได้ โดยปกติ คุณจะไม่มีสิทธิ์อ่านแฟ้มของผู้ใช้อื่นหรือแก้ไขแฟ้มของระบบได้ แต่คุณอาจจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง เช่น ตั้งค่าเว็บเซิร์ฟเวอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์</para></listitem>
<listitem><para>โฟลเดอร์บ้านของคุณ ซึ่งมีชื่อกำกับว่า <interface>บ้านของ <replaceable>ชื่อผู้ใช้</replaceable></interface> เป็นที่เก็บแฟ้มส่วนตัวของคุณ คุณสามารถเปิดโฟลเดอร์นี้จากเมนู <guimenu>ที่หลัก ๆ</guimenu> ได้เช่นกัน</para></listitem>
<listitem><para><interface>ถังขยะ</interface> เป็นโฟลเดอร์พิเศษสำหรับทิ้งแฟ้มและโฟลเดอร์ที่คุณไม่ต้องการใช้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <xref linkend="nautilus-trash"/></para></listitem>
<listitem><para>เมื่อคุณใส่แผ่นซีดี แฟลชไดรว์ หรือสื่อถอดเสียบอื่น ๆ หรืออุปกรณ์ที่บรรจุแฟ้มอยู่ภายใน เช่น เครื่องเล่นเพลง หรือกล้องดิจิทัล จะมีไอคอนแทนอุปกรณ์ดังกล่าวปรากฏขึ้นบนพื้นโต๊ะ</para></listitem>
</itemizedlist>
<para>เมื่อคุณทำงานกับคอมพิวเตอร์ไป พื้นโต๊ะจะค่อย ๆ ถูกหน้าต่างที่คุณเปิดบังไว้ คุณสามารถเผยพื้นโต๊ะขึ้นมาได้โดยย่อเก็บหน้าต่างทุกบาน โดยใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งต่อไปนี้:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para>คลิกที่ปุ่ม <guibutton>แสดงพื้นโต๊ะ</guibutton> ที่ด้านซ้ายสุดของ <link linkend="bottom-panel">พาเนลขอบล่าง</link></para></listitem>
<listitem><para>กด <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>Alt</keycap><keycap>D</keycap></keycombo>.</para></listitem>
</itemizedlist>
<para>ทำอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้นอีกครั้ง หน้าต่างทั้งหลายก็จะกลับมาในสถานะเดิม นอกจากนี้ คุณยังอาจสลับไปยังพื้นที่ทำงานอื่นที่พื้นโต๊ะยังว่างอยู่ก็ได้</para>
<para>คุณสามารถเปลี่ยนสีหรือภาพพื้นหลังของพื้นโต๊ะได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <xref linkend="prefs-desktopbackground"/></para>
<note><para>แฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่คุณวางลงบนพื้นโต๊ะจะถูกเก็บไว้ที่โฟลเดอร์พิเศษภายใต้โฟลเดอร์บ้านของคุณ ชื่อว่า <filename>Desktop</filename> คุณสามารถเก็บแฟ้มและโฟลเดอร์อื่น ๆ ลงในโฟลเดอร์นี้ได้โดยตรงเหมือนโฟลเดอร์ทั่วไป ข้อแตกต่างมีเพียงว่า สิ่งที่ใส่ลงในโฟลเดอร์ Desktop จะปรากฏบนพื้นโต๊ะ</para></note>
</section>
<section id="overview-windows">
<title>หน้าต่าง</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-18"/>
<indexterm>
<primary>หน้าต่าง</primary>
<secondary>ภาพรวม</secondary>
</indexterm>
<para><firstterm>หน้าต่าง</firstterm> เป็นพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนหน้าจอ มักจะมีกรอบรอบ ๆ และมีแถบชื่อหน้าต่างอยู่ที่ด้านบน คุณสามารถมองว่าหน้าต่างก็คือหน้าจอที่ซ้อนอยู่ในหน้าจอ หน้าต่างแต่ละบานจะแสดงโปรแกรมหนึ่งโปรแกรม ทำให้คุณสามารถเปิดโปรแกรมได้มากกว่าหนึ่งโปรแกรม และทำงานได้มากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกัน หรือคุณอาจมองหน้าต่างว่าเป็นกระดาษบนพื้นโต๊ะของคุณก็ได้ โดยหน้าต่างสามารถซ้อนทับกันได้ หรือวางเรียงชิดติดกันก็ได้ เป็นต้น</para>
<para>คุณสามารถจัดตำแหน่งและปรับขนาดของหน้าต่างบนหน้าจอได้ รวมทั้งจัดให้หน้าต่างวางซ้อนทับกัน โดยให้หน้าต่างที่คุณกำลังทำงานอยู่บนสุด มองเห็นได้ทั้งบาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการย้ายและปรับขนาดหน้าต่างได้ที่ <xref linkend="windows-manipulating"/></para>
<para>ไม่จำเป็นว่าหน้าต่างแต่ละบานจะเป็นโปรแกรมที่ต่างกันเสมอไป โดยปกติ โปรแกรมหนึ่ง ๆ จะมีหน้าต่างหลักอยู่บานหนึ่ง และอาจเปิดหน้าต่างเพิ่มตามที่ผู้ใช้สั่งก็ได้</para>
<para>ส่วนที่เหลือของหัวข้อนี้จะอธิบายชนิดต่าง ๆ ของหน้าต่าง และวิธีการโต้ตอบกับหน้าต่าง</para>
<section id="windows-types">
<title>ชนิดของหน้าต่าง</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-16"/>
<para>หน้าต่างมีสองชนิดหลัก ๆ :</para>
<variablelist>
<varlistentry>
<term>หน้าต่างโปรแกรม</term>
<listitem>
<para>หน้าต่างโปรแกรมจะสามารถทำได้ครบ ทั้งย่อเก็บ ขยายแผ่ และปิดหน้าต่าง โดยอาศัยปุ่มบนแถบชื่อหน้าต่าง เมื่อเปิดโปรแกรม คุณมักจะพบหน้าต่างชนิดนี้</para>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>หน้าต่างโต้ตอบ</term>
<listitem>
<para>หน้าต่างโต้ตอบจะปรากฏตามการร้องขอของหน้าต่างโปรแกรม โดยอาจจะแจ้งเตือนปัญหา ถามยืนยันการกระทำ หรือขอข้อมูลบางอย่างจากคุณ</para>
<para>ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณบอกโปรแกรมให้บันทึกเอกสารลงแฟ้ม ก็จะมีกล่องโต้ตอบขึ้นมาถามคุณ ว่าต้องการบันทึกแฟ้มไว้ที่ไหน ถ้าคุณสั่งให้โปรแกรมจบการทำงานในขณะที่โปรแกรมยังทำงานบางอย่างอยู่ โปรแกรมก็อาจจะถามยืนยัน ว่าคุณต้องการละทิ้งงานที่กำลังทำนั้นหรือไม่</para>
<para>กล่องโต้ตอบบางกล่องจะไม่ยอมให้คุณโต้ตอบกับหน้าต่างหลักของโปรแกรม จนกว่าคุณจะปิดกล่องโต้ตอบนั้น กล่องโต้ตอบแบบนี้เรียกว่ากล่องโต้ตอบแบบ <firstterm>โมดัล (modal)</firstterm> ในขณะที่กล่องโต้ตอบอีกแบบหนึ่งจะสามารถเปิดทิ้งไว้ในขณะที่คุณทำงานกับหน้าต่างหลักได้ เรียกว่ากล่องโต้ตอบแบบ <firstterm>transient</firstterm></para>
<tip><para>คุณสามารถเลือกข้อความในกล่องโต้ตอบได้โดยใช้เมาส์ ซึ่งทำให้คุณสามารถคัดลอกลงในคลิปบอร์ด (โดยคลิกขวาที่ข้อความแล้วเลือก <guilabel>คัดลอก</guilabel>) และแปะลงในโปรแกรมอื่นได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ถ้าคุณต้องการอ้างถึงข้อความที่พบในกล่องโต้ตอบเมื่อจะถามปัญหาในอินเทอร์เน็ต</para></tip>
</listitem>
</varlistentry>
</variablelist>
</section>
<section id="windows-manipulating">
<title>การจัดการกับหน้าต่าง</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-32"/>
<para>คุณสามารถเปลี่ยนขนาดและตำแหน่งของหน้าต่างบนหน้าจอได้ ซึ่งช่วยให้คุณดูโปรแกรมได้มากกว่าหนึ่งตัว และทำงานมากกว่าหนึ่งอย่างพร้อมกันได้ ตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการอ่านเว็บ ควบคู่กับการเขียนเอกสารในโปรแกรมประมวลคำ หรืออาจเพียงแค่สลับไปดูโปรแกรมอื่นเพื่อทำงานอย่างอื่น หรือตรวจสอบความคืบหน้าของงาน</para>
<para>คุณสามารถ <firstterm>ย่อเก็บ (minimize)</firstterm> หน้าต่างได้ ถ้าคุณยังไม่สนใจดูหน้าต่างในตอนนั้น โดยหน้าต่างจะหายไปจากหน้าจอ และคุณสามารถ <firstterm>ขยายแผ่ (maximize)</firstterm> หน้าต่างได้เช่นกัน ซึ่งจะใช้เนื้อที่ทั้งหน้าจอ ให้คุณให้ความสนใจกับหน้าต่างนั้นเพียงหน้าต่างเดียว</para>
<para>การกระทำเกือบทั้งหมดข้างต้นนี้ จะกระทำโดยใช้เมาส์กับส่วนต่าง ๆ ของกรอบหน้าต่าง (ดูวิธีการใช้เมาส์ได้ที่ <xref linkend="mouse-actions"/>) ขอบด้านบนสุดของหน้าต่าง ซึ่งเรียกว่า <firstterm>แถบชื่อหน้าต่าง</firstterm> เพราะใช้แสดงชื่อของหน้าต่างด้วย จะมีปุ่มหลายปุ่มซึ่งใช้เปลี่ยนสถานะการแสดงของหน้าต่างได้</para>
<para><xref linkend="fig-titlebar-anno-window"/> แสดงแถบชื่อหน้าต่างสำหรับหน้าต่างโปรแกรมปกติ จากซ้ายไปขวาในแถบหน้าต่างคือ ปุ่มเมนูหน้าต่าง, ชื่อหน้าต่าง, ปุ่มย่อเก็บ, ปุ่มขยายแผ่, และปุ่มปิดหน้าต่าง</para>
<figure id="fig-titlebar-anno-window">
<title>แถบชื่อหน้าต่างสำหรับหน้าต่างโปรแกรมปกติ</title>
<screenshot>
<mediaobject>
<imageobject>
<imagedata fileref="figures/titlebar_window.png" format="PNG"/>
</imageobject>
<textobject>
<phrase>แถบชื่อหน้าต่างของกรอบหน้าต่างโปรแกรม</phrase>
</textobject>
</mediaobject>
</screenshot>
</figure>
<para>การกระทำทุกอย่างสามารถสั่งผ่านเมนูหน้าต่างได้เช่นกัน การเปิดเมนูหน้าต่าง ทำได้โดยคลิกที่ปุ่มเมนูหน้าต่างที่ด้านซ้ายสุดของแถบชื่อหน้าต่าง นอกจากนี้ การกระทำทั่วไปยังสามารถสั่งผ่านปุ่มลัดแป้นพิมพ์ได้ ดูรายชื่อปุ่มลัดอย่างง่ายได้ที่ <xref linkend="shortcuts-window"/> ต่อไปนี้เป็นการกระทำต่าง ๆ ที่คุณสามารถทำกับหน้าต่างได้ ไม่ว่าจะด้วยเมาส์หรือแป้นพิมพ์:</para>
<variablelist>
<varlistentry>
<term>ย้ายหน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>การย้ายหน้าต่างทำได้โดยลากแถบชื่อหน้าต่าง คุณสามารถคลิกค้างที่บริเวณใดก็ได้บนแถบชื่อหน้าต่าง ยกเว้นที่ปุ่มต่าง ๆ ที่ปลายทั้งสองด้าน แล้วเริ่มลาก หน้าต่างจะย้ายที่บนหน้าจอไปตามที่คุณลาก บนเครื่องที่ทำงานช้าหน่อย การย้ายหน้าต่างอาจแทนด้วยการย้ายแค่เส้นเค้าโครงของกรอบหน้าต่างเท่านั้น</para>
<para>คุณสามารถเลือก <guimenuitem>ย้าย</guimenuitem> จากเมนูหน้าต่าง หรือกด <keycombo><keycap>Alt</keycap><keycap>F7</keycap></keycombo> แล้วเลื่อนเมาส์หรือกดปุ่มลูกศรบนแป้นพิมพ์เพื่อย้ายหน้าต่างก็ได้</para>
<para>คุณอาจกด <keycap>Alt</keycap> ค้างไว้ แล้วลากที่ส่วนใดของหน้าต่างก็ได้เช่นกัน</para>
<para>ขณะที่คุณย้ายหน้าต่าง บางส่วนของหน้าจออาจต้านการเคลื่อนย้ายเล็กน้อย ซึ่งจะช่วยให้คุณจัดเรียงหน้าต่างให้ชิดขอบพื้นโต๊ะ หรือชิดพาเนล หรือชิดขอบหน้าต่างอื่นได้สะดวกขึ้น</para>
<para>นอกจากนี้ คุณสามารถกด <keycap>Shift</keycap> ค้างไว้ระหว่างเคลื่อนย้ายหน้าต่าง เพื่อล็อคให้หน้าต่างย้ายไปเฉพาะตำแหน่งมุมโต๊ะและชิดขอบหน้าต่างอื่นเท่านั้นก็ได้</para>
<tip><para>ถ้าปุ่ม <keycap>Num Lock</keycap> ปิดอยู่ คุณสามารถใช้ปุ่มลูกศรในแป้นตัวเลขได้ รวมทั้งใช้ปุ่ม <keycap>7</keycap>, <keycap>9</keycap>, <keycap>1</keycap>,<keycap>3</keycap> เพื่อเคลื่อนในแนวเฉียง</para></tip>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>ปรับขนาดหน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>ลากที่กรอบหน้าต่างด้านใดด้านหนึ่งเพื่อขยายหรือหดหน้าต่างด้านนั้น ลากที่มุมถ้าต้องการปรับขนาดสองด้านพร้อมกัน ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็น <link linkend="mouse-pointers">ตัวชี้ปรับขนาด</link> เมื่อเมาส์อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องที่จะเริ่มลากได้</para>
<para>คุณสามารถเลือก <guimenuitem>ปรับขนาด</guimenuitem> จากเมนูหน้าต่าง หรือกด <keycombo><keycap>Alt</keycap><keycap>F8</keycap></keycombo> ก็ได้ ตัวชี้เมาส์จะเปลี่ยนเป็นตัวชี้ปรับขนาด จากนั้น เลื่อนเมาส์ไปในทิศทางของขอบด้านที่ต้องการจะปรับขนาด หรือกดปุ่มลูกศรบนแป้นพิมพ์ก็ได้ ตัวชี้จะเปลี่ยนรูปเพื่อบ่งบอกด้านที่เลือก จากนั้น คุณสามารถใช้เมาส์หรือปุ่มลูกศรเลื่อนขอบหน้าต่างที่เลือกได้ คลิกเมาส์หรือกด <keycap>Enter</keycap> เพื่อตกลงใช้ขนาดที่เปลี่ยน หรือกด <keycap>Escape</keycap> ถ้าต้องการยกเลิกการปรับขนาด และกลับไปสู่ขนาดหน้าต่างเดิม</para>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>ย่อเก็บหน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>คลิกที่ปุ่มย่อเก็บในแถบชื่อหน้าต่าง ซึ่งอยู่ซ้ายสุดในกลุ่มสามปุ่มทางด้านขวา จะเป็นการเอาหน้าต่างออกไปจากการแสดงผล หน้าต่างที่ย่อเก็บสามารถเรียกคืนมาสู่ตำแหน่งและขนาดเดิมได้ โดยใช้ <firstterm>รายชื่อหน้าต่างแบบแถบ</firstterm> ใน <link linkend="gospanel-3">พาเนลขอบล่าง</link> หรือ <firstterm>รายชื่อหน้าต่างแบบเมนู</firstterm> ในพาเนลขอบบน</para>
<para>คุณสามารถเลือก <guimenuitem>ย่อเก็บ</guimenuitem> จากเมนูหน้าต่าง หรือกด <keycombo><keycap>Alt</keycap><keycap>F9</keycap></keycombo> ก็ได้</para>
<tip>
<para>หน้าต่างที่ย่อเก็บ จะแสดงในรายชื่อหน้าต่างโดยมี [ ] ครอบชื่อไว้</para>
</tip>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>ขยายแผ่หน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>คลิกที่ปุ่มขยายแผ่ในแถบชื่อหน้าต่าง ซึ่งอยู่ตรงกลางในกลุ่มสามปุ่มทางด้านขวา จะเป็นการขยายหน้าต่างจนเต็มพื้นที่หน้าจอ (โดยพาเนลยังคงแสดงอยู่)</para>
<para>คุณสามารถเลือก <guimenuitem>ขยายแผ่</guimenuitem> จากเมนูหน้าต่าง หรือกด <keycombo><keycap>Alt</keycap><keycap>F10</keycap></keycombo> ก็ได้ หรือดับเบิลคลิกที่บริเวณใดก็ได้บนแถบชื่อหน้าต่าง ยกเว้นที่ปุ่มต่าง ๆ ที่ปลายทั้งสองด้าน</para>
<tip>
<para>คุณสามารถกำหนดให้การดับเบิลคลิกเป็นการ <firstterm>ม้วนหน้าต่างขึ้น</firstterm> ได้ถ้าต้องการ ดู <xref linkend="prefs-windows"/></para>
</tip>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>เลิกขยายแผ่หน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>เมื่อหน้าต่างถูกขยายแผ่ คุณสามารถคลิกที่ปุ่มขยายแผ่อีกครั้งเพื่อให้หน้าต่างกลับมาสู่ขนาดและตำแหน่งเดิม</para>
<para>คุณสามารถเลือก <guimenuitem>เลิกขยายแผ่</guimenuitem> จากเมนูหน้าต่าง หรือกด <keycombo><keycap>Alt</keycap><keycap>F5</keycap></keycombo> ก็ได้ หรือดับเบิลคลิกที่บริเวณใดก็ได้บนแถบชื่อหน้าต่าง ยกเว้นที่ปุ่มต่าง ๆ ที่ปลายทั้งสองด้าน</para>
</listitem>
</varlistentry>
<varlistentry>
<term>ปิดหน้าต่าง</term>
<listitem>
<para>คลิกที่ปุ่มปิด ซึ่งอยู่ขวาสุดในกลุ่มสามปุ่มทางด้านขวา การปิดหน้าต่างอาจเป็นการปิดโปรแกรมด้วย โปรแกรมจะถามยืนยันการปิดถ้ามีงานที่ยังไม่ได้บันทึกลงดิสก์</para>
</listitem>
</varlistentry>
</variablelist>
<remark>คำสั่งเกี่ยวกับพื้นที่ทำงาน หรือลิงก์ไปยังหัวข้อดังกล่าว อาจอยู่ในหัวข้อนี้ด้วย</remark>
</section>
<section id="windows-focus">
<title>การให้โฟกัสกับหน้าต่าง</title>
<!-- preserve id for backwards compatibility: 2.12 -->
<anchor id="gosoverview-20"/>
<para>ในการทำงานกับโปรแกรม คุณต้องให้ <firstterm>โฟกัส</firstterm> กับหน้าต่างของโปรแกรม เมื่อหน้าต่างได้โฟกัส การกระทำต่าง ๆ เช่น การคลิกเมาส์ การป้อนข้อความ หรือการกดปุ่มลัด จะถูกส่งไปที่โปรแกรมในหน้าต่างนั้น ในขณะใดขณะหนึ่งจะมีหน้าต่างเดียวเท่านั้นที่ได้โฟกัส หน้าต่างที่ได้โฟกัสจะปรากฏอยู่บนสุดเหนือหน้าต่างอื่น และไม่มีสิ่งใดบดบังส่วนใดของหน้าต่าง และอาจมีหน้าตาแตกต่างจากหน้าต่างอื่นด้วย ขึ้นอยู่กับ <link linkend="prefs-theme">ชุดตกแต่ง</link> ที่คุณเลือก</para>
<para>คุณสามารถให้โฟกัสกับหน้าต่างได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:</para>
<itemizedlist>
<listitem>
<para>โดยใช้เมาส์ คลิกที่บริเวณใดของหน้าต่างก็ได้ ถ้าหน้าต่างนั้นแสดงให้เห็นอยู่</para>
</listitem>
<listitem>
<para>ที่พาเนลขอบล่าง คลิก <guibutton>ปุ่มในรายชื่อหน้าต่าง</guibutton> ที่แทนหน้าต่างที่ต้องการใน <application>รายชื่อหน้าต่างแบบแถบ</application></para>
</listitem>
<listitem>
<para>ที่พาเนลขอบบน คลิกที่ <guibutton>ไอคอนรายชื่อหน้าต่าง</guibutton> แล้วเลือกหน้าต่างที่ต้องการในรายชื่อ <guibutton>ไอคอนรายชื่อหน้าต่าง</guibutton> จะอยู่ที่ด้านขวาสุดของพาเนล และตัวไอคอนจะตรงกับไอคอนของ <guibutton>ปุ่มเมนูหน้าต่าง</guibutton> ของหน้าต่างปัจจุบัน</para>
<note><para>ถ้าหน้าต่างที่คุณเลือกอยู่ในพื้นที่ทำงานอื่น คุณจะถูกย้ายไปที่พื้นที่ทำงานนั้นด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานได้ที่ <xref linkend="overview-workspaces"/></para></note>
</listitem>
<listitem>
<para>โดยใช้แป้นพิมพ์ กดปุ่ม <keycap>Alt</keycap> ค้างไว้แล้วกด <keycap>Tab</keycap> จะมีหน้าต่างผุดขึ้นพร้อมรายชื่อไอคอนแทนหน้าต่างแต่ละบาน ในขณะที่กด <keycap>Alt</keycap> ค้างไว้นั้น ให้กด <keycap>Tab</keycap> เพื่อเลื่อนการเลือกไปในรายชื่อ การเลือกจะแสดงด้วยกรอบสี่เหลี่ยมสีดำรอบไอคอน และที่หน้าต่างจริงก็จะถูกเน้นด้วยกรอบสีดำด้วย เมื่อเลือกไปถึงหน้าต่างที่ต้องการ ก็ปล่อยปุ่ม <keycap>Alt</keycap> เป็นอันเสร็จ คุณสามารถใช้ <keycombo><keycap>Shift</keycap><keycap>Tab</keycap></keycombo> แทน <keycap>Tab</keycap> เพื่อวนเลือกไอคอนในทิศย้อนกลับได้</para>
<note><para>คุณสามารถปรับแต่งปุ่มลัดที่ใช้ทำสิ่งนี้ได้ โดยใช้ <link linkend="prefs-keyboard-shortcuts">เครื่องมือปรับแต่งปุ่มลัด</link></para></note>
</listitem>
</itemizedlist>
</section>
</section>
<section id="overview-workspaces">
<title>พื้นที่ทำงาน</title>
<!-- Maintained for 2.8 compatibility -->
<anchor id="gosoverview-39"/>
<indexterm>
<primary>พื้นที่ทำงาน</primary>
<secondary>ภาพรวม</secondary>
</indexterm>
<para>พื้นที่ทำงานช่วยให้คุณเลือกหน้าต่างที่จะแสดงบนหน้าจอได้ คุณอาจนึกถึงพื้นที่ทำงานว่าเป็นหน้าจอเสมือนหลาย ๆ จอ ซึ่งคุณสามารถสลับไปมาได้ตามต้องการ ทุกพื้นที่ทำงานจะมีพื้นโต๊ะที่เหมือนกัน พาเนลที่เหมือนกัน และเมนูที่เหมือนกัน แต่คุณสามารถเปิดโปรแกรมที่ต่างกัน และเปิดหน้าต่างที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ทำงานได้ โปรแกรมในแต่ละพื้นที่ทำงานจะยังคงอยู่เหมือนเดิมในขณะที่คุณสลับไปยังพื้นที่ทำงานอื่น</para>
<para>โดยปกติ จะมีพื้นที่ทำงานสี่พื้นที่ให้ใช้ คุณสามารถสลับไปมาได้ด้วยแอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> ที่ด้านขวาของ <link linkend="bottom-panel">พาเนลขอบล่าง</link> แอพเพล็ตดังกล่าวจะแสดงพื้นที่ทำงานต่าง ๆ ของคุณ ซึ่งโดยปกติจะแทนด้วยช่องสี่เหลี่ยมสี่ช่องเรียงต่อกัน คุณสามารถคลิกบนช่องที่แทนพื้นที่ทำงานต้องการสลับไปได้ ใน <xref linkend="gosoverview-FIG-42"/> นั้น แอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> มีพื้นที่ทำงานสี่พื้นที่ โดยสามพื้นที่แรกมีหน้าต่างเปิดอยู่ และพื้นที่สุดท้ายยังไม่มีหน้าต่าง พื้นที่ทำงานปัจจุบันที่ใช้อยู่จะถูกเน้น</para>
<figure id="gosoverview-FIG-42">
<title>พื้นที่ทำงานซึ่งแสดงในแอพเพล็ตสลับพื้นที่ทำงาน</title>
<screenshot>
<mediaobject>
<imageobject>
<imagedata fileref="figures/workspace_switcher_applet.png" format="PNG"/>
</imageobject>
<textobject>
<phrase>แอพเพล็ตสลับพื้นที่ทำงาน ข้อความบริบทมีการบรรยายภาพกราฟิกส์</phrase>
</textobject>
</mediaobject>
</screenshot>
</figure>
<para>พื้นที่ทำงานแต่ละพื้นที่สามารถเปิดโปรแกรมได้เท่าไรก็ได้ จำนวนพื้นที่ทำงานก็สามารถปรับได้: ดู <xref linkend="workspace-add"/></para>
<tip><para>พื้นที่ทำงาน ช่วยให้คุณบริหารการใช้เดสก์ท็อป GNOME เมื่อเปิดโปรแกรมจำนวนมากพร้อมกันได้ วิธีหนึ่งที่จะใช้พื้นที่ทำงาน คือแบ่งหน้าที่ให้แต่ละพื้นที่: พื้นที่หนึ่งไว้สำหรับอีเมล พื้นที่หนึ่งไว้ดูเว็บ พื้นที่หนึ่งไว้ทำงานออกแบบกราฟิกส์ ฯลฯ อย่างไรก็ดี ทุก ๆ คนมีแนวทางของตัวเอง และคุณก็ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ทำงานในลักษณะนี้เสมอไป</para></tip>
<section id="gosoverview-41">
<title>การสลับพื้นที่ทำงาน</title>
<indexterm>
<primary>พื้นที่ทำงาน</primary>
<secondary>การสลับ</secondary>
</indexterm>
<para>คุณสามารถสลับพื้นที่ทำงานได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:</para>
<itemizedlist>
<listitem>
<para>ใช้แอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> ที่พาเนลขอบล่าง โดยคลิกที่พื้นที่ทำงานที่ต้องการสลับไป</para>
</listitem>
<listitem>
<para>เลื่อนตัวชี้เมาส์ไปวางที่แอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> ที่พาเนลขอบล่าง แล้วหมุนปุ่มหมุนของเมาส์</para>
</listitem>
<listitem>
<para>กด <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>Alt</keycap><keycap>ลูกศรขวา</keycap></keycombo> เพื่อสลับไปยังพื้นที่ทำงานทางด้านขวาของพื้นที่ทำงานปัจจุบัน</para>
</listitem>
<listitem>
<para>กด <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>Alt</keycap><keycap>ลูกศรซ้าย</keycap></keycombo> เพื่อสลับไปยังพื้นที่ทำงานทางด้านซ้ายของพื้นที่ทำงานปัจจุบัน</para>
</listitem>
</itemizedlist>
<note><para>ปุ่มลัดลูกศรดังกล่าวทำงานตามการจัดวางพื้นที่ทำงานในแอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปลี่ยนแนววางของพาเนลของคุณ โดยทำให้พื้นที่ทำงานเรียงในแนวดิ่งแทนที่จะเป็นแนวนอน คุณก็ต้องใช้ <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>Alt</keycap><keycap>ลูกศรขึ้น</keycap></keycombo> และ <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>Alt</keycap><keycap>ลูกศรลง</keycap></keycombo> ในการสลับพื้นที่ทำงานแทน</para></note>
</section>
<section id="workspace-add">
<title>การเพิ่มพื้นที่ทำงาน</title>
<!-- preserve id for backwards compatibility: 2.12 -->
<anchor id="gosoverview-40"/>
<indexterm>
<primary>พื้นที่ทำงาน</primary>
<secondary>การระบุจำนวน</secondary>
</indexterm>
<para>การเพิ่มพื้นที่ทำงานให้กับเดสก์ท็อป GNOME ทำได้โดยคลิกขวาบนแอพเพล็ต <application>สลับพื้นที่ทำงาน</application> แล้วเลือก <guimenuitem>ปรับแต่ง</guimenuitem> จะปรากฏหน้าต่าง <guilabel>ปรับแต่งแอพเพล็ตสลับพื้นที่ทำงาน</guilabel> ใช้ปุ่มปรับ <guilabel>จำนวนพื้นที่ทำงาน</guilabel> เพื่อระบุจำนวนพื้นที่ทำงานที่คุณต้องการ</para>
</section>
</section>
<section id="overview-applications">
<title>โปรแกรมประยุกต์</title>
<!-- preserve id for backwards compatibility: 2.12 -->
<anchor id="gosoverview-54"/>
<indexterm>
<primary>โปรแกรม</primary>
<secondary>ภาพรวม</secondary>
</indexterm>
<para><firstterm>โปรแกรมประยุกต์</firstterm> เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยคุณทำงานเฉพาะอย่าง คุณอาจใช้โปรแกรมประยุกต์สร้างเอกสารข้อความ เช่น จดหมาย หรือรายงาน ใช้ทำงานกับตารางคำนวณ ใช้ฟังเพลงโปรด ใช้ท่องอินเทอร์เน็ต หรือใช้สร้าง แก้ไข หรือดูรูปภาพและวีดิทัศน์ สำหรับงานแต่ละอย่างเหล่านี้ คุณจะใช้โปรแกรมประยุกต์ที่แตกต่างกัน</para>
<para>การเรียกโปรแกรมประยุกต์ ทำได้โดยเปิดเมนู <guimenu>โปรแกรม</guimenu> แล้วเลือกโปรแกรมประยุกต์ที่คุณต้องการจากเมนูย่อยต่าง ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ <xref linkend="applications-menu"/></para>
<para>ตัวอย่างของโปรแกรมประยุกต์ที่อยู่ในชุด GNOME เช่น:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:gedit"><application>เครื่องมือแก้ไขข้อความ Gedit</application></ulink> สามารถใช้อ่าน สร้าง หรือแก้ไขข้อความอย่างง่ายโดยไม่มีการจัดรูปแบบ</para></listitem>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:gnome-dictionary"><application>พจนานุกรม</application></ulink> ช่วยคุณเปิดหาความหมายของคำ</para></listitem>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:eog"><application>โปรแกรมแสดงรูป</application></ulink> สามารถแสดงแฟ้มรูปภาพเดี่ยว ๆ รวมทั้งรูปภาพชุดใหญ่ได้</para></listitem>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:gcalctool"><application>เครื่องคิดเลข</application></ulink> คำนวณเลขพื้นฐาน การเงิน และวิทยาศาสตร์</para></listitem>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:gucharmap"><application>ผังอักขระ</application></ulink> ช่วยคุณเลือกตัวอักษรและสัญลักษณ์ต่าง ๆ จากชุดอักขระของ <firstterm>ยูนิโค้ด</firstterm> และแปะลงในโปรแกรมใด ๆ ได้ ถ้าคุณเขียนข้อความหลายภาษา คุณอาจไม่สามารถป้อนอักขระบางตัวที่ต้องการได้โดยใช้แป้นพิมพ์</para></listitem>
<listitem><para><link linkend="nautilus"><application>โปรแกรมจัดการแฟ้ม Nautilus</application></link> แสดงโฟลเดอร์ต่าง ๆ พร้อมเนื้อหาภายใน ใช้คัดลอก ย้าย และคัดแยกแฟ้มต่าง ๆ ได้ ใช้อ่านซีดี แฟลชไดรว์ USB หรือสื่อถอดเสียบชนิดใด ๆ ได้ และเมื่อคุณเลือกรายการใน <link linkend="places-menu">เมนู <guimenu>ที่หลัก ๆ</guimenu></link> ก็จะเป็นการเปิดหน้าต่าง <application>โปรแกรมจัดการแฟ้ม Nautilus</application> ขึ้นมาแสดงตำแหน่งที่เลือกนั้นนั่นเอง</para></listitem>
<listitem><para><ulink type="help" url="ghelp:gnome-terminal"><application>เทอร์มินัล</application></ulink> ให้คุณสั่งงานระบบด้วยบรรทัดคำสั่งได้</para></listitem>
</itemizedlist>
<para>โปรแกรมประยุกต์มาตรฐานอื่น ๆ ของ GNOME ยังมี เกม โปรแกรมเล่นเพลงและวีดิทัศน์ เว็บเบราว์เซอร์ เครื่องมือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และเครื่องมือสำหรับจัดการระบบ ผู้จัดแจกหรือผู้จำหน่ายของคุณอาจเพิ่มโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ ให้อีก เช่น โปรแกรมประมวลคำ และโปรแกรมแก้ไขภาพกราฟิกส์ หรือแม้แต่เตรียมช่องทางสำหรับติดตั้งโปรแกรมประยุกต์อื่น ๆ เพิ่มเติมให้กับคุณด้วย</para>
<para>โปรแกรมประยุกต์ทั้งหมดของ GNOME มีความสามารถหลายอย่างที่เหมือนกัน ซึ่งทำให้คุณเรียนรู้การใช้งานโปรแกรมใหม่ ๆ ในชุด GNOME ได้ง่ายขึ้น ส่วนที่เหลือของหัวข้อนี้จะอธิบายความสามารถบางอย่างเหล่านี้</para>
<section id="overview-lookandfeel">
<title>ความสามารถทั่วไป</title>
<para>โปรแกรมประยุกต์ที่มากับเดสก์ท็อป GNOME จะมีลักษณะบางอย่างร่วมกัน เช่น ใช้กล่องโต้ตอบสำหรับเปิดและบันทึกแฟ้มที่คล้ายกัน และใช้ไอคอนที่เข้าชุดกัน ที่เป็นอย่างนี้เพราะโปรแกรมเหล่านี้ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มพัฒนาของ GNOME เหมือนกัน โปรแกรมที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มดังกล่าว เรียกว่าเป็น <firstterm>โปรแกรมที่สอดคล้องกับ GNOME (GNOME-compliant application)</firstterm> ตัวอย่างเช่น <application>Nautilus</application> และโปรแกรมแก้ไขข้อความ <application>gedit</application> เป็นโปรแกรมที่สอดคล้องกับ GNOME</para>
<para>ลักษณะบางอย่างของโปรแกรมประยุกต์ที่สอดคล้องกับ GNOME คือ:</para>
<itemizedlist>
<listitem>
<para>หน้าตาและการใช้งานสม่ำเสมอกัน</para>
<para>โปรแกรมประยุกต์ที่สอดคล้องกับ GNOME จะมีหน้าตาและการใช้งานที่สม่ำเสมอกัน คุณสามารถใช้เครื่องมือปรับแต่ง <link linkend="prefs-theme"><application>รูปโฉม</application> ปรับเปลี่ยนหน้าตาและการใช้งานของโปรแกรมที่สอดคล้องกับ GNOME ได้</link></para>
</listitem>
<listitem>
<para>แถบเมนู, แถบเครื่องมือ, และแถบสถานะ</para>
<para>โปรแกรมประยุกต์ที่สอดคล้องกับ GNOME ส่วนใหญ่จะมีแถบเมนู แถบเครื่องมือ และแถบสถานะ แถบเมนูโดยปกติจะมีโครงสร้างคล้าย ๆ กัน ตัวอย่างเช่น เมนู <guimenu>วิธีใช้</guimenu> จะมีรายการเมนู <guimenuitem>เกี่ยวกับ</guimenuitem> เสมอ</para>
<para><firstterm>แถบเครื่องมือ</firstterm> เป็นแถบที่ปรากฏอยู่ใต้แถบเมนู ซึ่งจะมีปุ่มต่าง ๆ สำหรับคำสั่งที่ใช้บ่อย ส่วน <firstterm>แถบสถานะ</firstterm> เป็นแถบที่ด้านล่างของหน้าต่าง ซึ่งจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของสิ่งที่คุณกำลังดูในหน้าต่าง บางโปรแกรมยังอาจมีแถบอื่น ๆ อีก ตัวอย่างเช่น <application>Nautilus</application> จะมีแถบตำแหน่งแฟ้มด้วย</para>
</listitem>
<listitem>
<para>ปุ่มลัดปริยาย</para>
<para>โปรแกรมประยุกต์ที่สอดคล้องกับ GNOME จะใช้ปุ่มลัดที่เหมือนกันในการกระทำสิ่งเดียวกัน ดูรายชื่อของปุ่มลัดที่ใช้บ่อยได้ที่ <xref linkend="keyboard-skills"/></para>
</listitem>
<listitem>
<para>การลากวาง</para>
<para>เมื่อคุณลากรายการมาวางลงในโปรแกรมประยุกต์ที่สอดคล้องกับ GNOME โปรแกรมจะรู้ชนิดของรายการที่คุณลาก และจะจัดการให้อย่างเหมาะสม ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณลากแฟ้ม HTML จากหน้าต่าง <application>Nautilus</application> มายังเว็บเบราว์เซอร์ เว็บเบราว์เซอร์ก็จะแสดงแฟ้มในแบบ HTML อย่างไรก็ดี ถ้าคุณลากแฟ้ม HTML ไปยังเครื่องมือแก้ไขข้อความ เครื่องมือแก้ไขข้อความก็จะแสดงแฟ้มในแบบข้อความเปล่า</para>
</listitem>
</itemizedlist>
</section>
<section id="overview-files">
<title>การทำงานกับแฟ้ม</title>
<para>งานที่คุณทำด้วยโปรแกรมประยุกต์จะเก็บไว้ใน <firstterm>แฟ้ม</firstterm> ซึ่งอาจอยู่ในฮาร์ดดิสก์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ หรืออยู่ในสื่อถอดเสียบอย่างแฟลชไดรว์ USB ก็ได้ คุณจะต้อง <firstterm>เปิด</firstterm> แฟ้มเพื่อดูและทำงานกับเนื้อหา และต้อง <firstterm>บันทึก</firstterm> แฟ้มเพื่อจัดเก็บงานของคุณ และเมื่อคุณทำงานกับแฟ้มเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณก็ต้อง <firstterm>ปิด</firstterm> แฟ้มด้วย</para>
<para>โปรแกรมประยุกต์ของ GNOME ทุกตัวจะใช้กล่องโต้ตอบเดียวกันในการเปิดและบันทึกแฟ้ม จึงมีวิธีติดต่อผู้ใช้ที่เหมือนกัน หัวข้อต่าง ๆ ต่อไปนี้จะครอบคลุมรายละเอียดของกล่องโต้ตอบสำหรับเปิดและบันทึกแฟ้มที่ว่านี้</para>
</section>
<section id="filechooser-open">
<title>การเลือกแฟ้มที่จะเปิด</title>
<para>กล่องโต้ตอบ <guilabel>เปิดแฟ้ม</guilabel> จะช่วยคุณเลือกแฟ้มที่จะเปิดในโปรแกรมประยุกต์</para>
<para>ช่องทางขวาของกล่องโต้ตอบจะแสดงรายชื่อแฟ้มและโฟลเดอร์ในตำแหน่งปัจจุบัน คุณสามารถใช้เมาส์หรือปุ่มลูกศรบนแป้นพิมพ์เลือกแฟ้มที่ต้องการได้</para>
<para>เมื่อเลือกแฟ้มจากรายชื่อแล้ว ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เพื่อเปิดแฟ้มนั้น:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para>คลิก <guibutton>เปิด</guibutton></para></listitem>
<listitem><para>กด <keycap>Enter</keycap></para></listitem>
<listitem><para>กด <keycap>แคร่เว้นวรรค</keycap></para></listitem>
<listitem><para>ดับเบิลคลิกที่ชื่อแฟ้ม</para></listitem>
</itemizedlist>
<para>ถ้าคุณเปิดโฟลเดอร์หรือตำแหน่งที่ตั้งแทนที่จะเปิดแฟ้ม กล่องโต้ตอบ <guilabel>เปิดแฟ้ม</guilabel> จะปรับแสดงเนื้อหาของโฟลเดอร์หรือตำแหน่งนั้น ๆ แทน</para>
<para>การเปลี่ยนตำแหน่งที่จะแสดงในช่องด้านขวา ทำได้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para>เปิดโฟลเดอร์ใดโฟลเดอร์หนึ่งในรายชื่อในตำแหน่งปัจจุบัน</para></listitem>
<listitem><para>เปิดรายการใดรายการหนึ่งในช่องด้านซ้าย ช่องนี้จะแสดงรายชื่อของที่หลัก ๆ เช่น โฟลเดอร์เอกสารของคุณ โฟลเดอร์บ้านของคุณ สื่อเช่นซีดีและแฟลชไดรว์ ตำแหน่งต่าง ๆ ในเครือข่ายของคุณ และ <link linkend="nautilus-bookmarks">ที่คั่นหน้า</link> ของคุณ</para></listitem>
<listitem><para>คลิกที่ปุ่มใดปุ่มหนึ่งในแถบพาธที่อยู่เหนือช่องรายชื่อแฟ้ม แถบนี้จะแสดงลำดับชั้นของโฟลเดอร์ที่บรรจุตำแหน่งปัจจุบันของคุณ คุณสามารถคลิกปุ่มลูกศรที่ด้านซ้ายหรือขวาสุดของแถบปุ่มได้ ถ้ารายชื่อโฟลเดอร์ยาวเกินพื้นที่ที่มี</para></listitem>
</itemizedlist>
<para>นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนล่างของกล่องโต้ตอบ <guilabel>เปิดแฟ้ม</guilabel> ยังอาจมีตัวเลือกเพิ่มเติมโดยเฉพาะสำหรับโปรแกรมที่ใช้ด้วย</para>
<section id="filechooser-open-filter">
<title>การกรองรายชื่อแฟ้ม</title>
<para>คุณสามารถจำกัดรายชื่อแฟ้มที่แสดงให้มีแต่ชนิดที่ต้องการได้ โดยเลือกชนิดของแฟ้มจากรายชื่อคลี่ลงที่อยู่ใต้ช่องรายชื่อแฟ้ม รายชื่อชนิดของแฟ้มที่มีจะขึ้นอยู่กับโปรแกรมประยุกต์ที่คุณใช้ ตัวอย่างเช่น โปรแกรมกราฟิกส์จะแสดงรายชื่อฟอร์แมตของแฟ้มรูปภาพต่าง ๆ ในขณะที่โปรแกรมแก้ไขข้อความจะแสดงรายชื่อชนิดของแฟ้มข้อความ เป็นต้น</para>
</section>
<section id="filechooser-open-find">
<title>การหาไปพร้อมกับการพิมพ์</title>
<para>ถ้าคุณรู้ชื่อของแฟ้มที่คุณต้องการเปิด ก็สามารถเริ่มพิมพ์ได้เลย รายชื่อแฟ้มจะกระโดดไปแสดงแฟ้มที่ชื่อขึ้นต้นด้วยอักขระที่คุณพิมพ์ และปุ่มลูกศรก็จะเลื่อนไปมาเฉพาะในกลุ่มแฟ้มเหล่านี้ อักขระที่คุณพิมพ์จะปรากฏในหน้าต่างผุดขึ้นที่ด้านล่างของช่องรายชื่อแฟ้ม</para>
<para>การยกเลิกการหาไปพร้อมกับการพิมพ์ ทำได้โดยกด <keycap>Esc</keycap></para>
</section>
<section id="filechooser-open-folder">
<title>การเลือกโฟลเดอร์</title>
<para>ในบางครั้ง คุณอาจจำเป็นต้องเลือกโฟลเดอร์มาทำงานแทนที่จะเป็นแฟ้ม ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใช้ <ulink type="help" url="ghelp:file-roller"><application>โปรแกรมจัดการแฟ้มจัดเก็บ</application></ulink> แตกแฟ้มจากแฟ้มจัดเก็บ คุณจะต้องเลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บแฟ้มที่แตกออกมานั้น ในกรณีนั้น ชื่อแฟ้มต่าง ๆ ในตำแหน่งปัจจุบันจะกลายเป็นสีเทาและเลือกไม่ได้ คุณสามารถคลิกปุ่ม <guibutton>เปิด</guibutton> ขณะที่เลือกชื่อโฟลเดอร์เพื่อใช้โฟลเดอร์นั้นได้</para>
</section>
<section id="filechooser-open-location">
<title>การเปิดตำแหน่งที่ตั้ง</title>
<para>คุณสามารถพิมพ์พาธเต็มหรือพาธเทียบกับตำแหน่งปัจจุบันของแฟ้มที่คุณต้องการเปิดก็ได้ โดยกด <keycombo><keycap>Ctrl</keycap><keycap>L</keycap></keycombo> หรือคลิกปุ่มที่มุมบนซ้ายของหน้าต่างเพื่อแสดง (หรือซ่อน) ช่อง <guilabel>ตำแหน่ง</guilabel> หรืออีกวิธีหนึ่ง คุณสามารถเริ่มพิมพ์พาธเต็มซึ่งขึ้นต้นด้วย <filename>/</filename> เลยก็ได้ ซึ่งจะทำให้ช่อง <guilabel>ตำแหน่ง</guilabel> แสดงขึ้นมา</para>
<para>จากนั้น พิมพ์พาธเทียบกับตำแหน่งปัจจุบัน หรือพาธเต็มซึ่งขึ้นต้นด้วย <filename>/</filename> หรือ <filename>~/</filename> ก็ได้ ช่อง <guilabel>ตำแหน่ง</guilabel> จะมีความสามารถต่อไปนี้เพื่อช่วยพิมพ์ชื่อเต็มของแฟ้ม:</para>
<itemizedlist>
<listitem><para>แสดงเมนูคลี่ลงของรายชื่อแฟ้มและโฟลเดอร์ที่เป็นไปได้เมื่อคุณเริ่มพิมพ์ ใช้ <keycap>ลูกศรลง</keycap> และ <keycap>ลูกศรขึ้น</keycap> และ <keycap>Enter</keycap> เพื่อเลือกชื่อในรายชื่อได้</para></listitem>
<listitem><para>ถ้าบางส่วนของชื่อที่พิมพ์สามารถบ่งชี้แฟ้มหรือโฟลเดอร์ได้เพียงรายการเดียว ก็จะเติมเต็มชื่อให้โดยอัตโนมัติ กด <keycap>Tab</keycap> เพื่อยอมรับชื่อที่แนะนำได้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพิมพ์ "Do" และมีรายการเดียวในโฟลเดอร์ที่ขึ้นต้นด้วย "Do" คือ <filename>Documents</filename> ก็จะเติมชื่อเต็มในช่องป้อนให้</para></listitem>
</itemizedlist>
</section>
<section id="filechooser-open-remote">
<title>การเปิดตำแหน่งที่ตั้งในเครือข่าย</title>
<para>คุณสามารถเปิดแฟ้มที่อยู่ในเครือข่ายได้ โดยเลือกตำแหน่งจากช่องด้านซ้าย หรือพิมพ์ชื่อพาธของตำแหน่งในเครือข่ายลงในช่อง <guilabel>ตำแหน่ง</guilabel></para>
<para>ถ้าการเข้าถึงตำแหน่งในเครือข่ายต้องใช้รหัสผ่าน ก็จะถามรหัสผ่านจากคุณ</para>
</section>
<section id="filechooser-open-bookmarks">
<title>การเพิ่มและการลบที่คั่นหน้า</title>
<para>การเพิ่มตำแหน่งปัจจุบันลงในรายชื่อที่คั่นหน้า ทำได้โดยกดปุ่ม <guibutton>เพิ่ม</guibutton> หรือคลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการในรายชื่อแฟ้ม แล้วเลือก <guimenuitem>เพิ่มลงในที่คั่นหน้า</guimenuitem> นอกจากนี้ คุณยังสามารถเพิ่มโฟลเดอร์ใด ๆ ที่แสดงอยู่ในช่องรายชื่อได้ โดยลากไปวางในรายชื่อที่คั่นหน้า</para>
<para>การลบที่คั่นหน้าออกจากรายชื่อ ทำได้โดยเลือกที่คั่นหน้าที่ต้องการ แล้วกด <guibutton>เอาออก</guibutton></para>
<note><para>การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่คุณทำกับรายชื่อที่คั่นหน้า จะมีผลกับเมนู <guimenu>ที่หลัก ๆ</guimenu> ด้วย ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่คั่นหน้าได้ที่ <xref linkend="nautilus-bookmarks"/></para></note>
</section>
<section id="filechooser-open-hidden">
<title>การแสดงแฟ้มซ่อน</title>
<para>การแสดงแฟ้มซ่อน ทำได้โดยคลิกขวาในช่องรายชื่อแฟ้ม แล้วเลือก <guimenuitem>แสดงแฟ้มซ่อน</guimenuitem> ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแฟ้มซ่อนได้ที่ <xref linkend="nautilus-managing-hidden-files"/></para>
</section>
</section>
<section id="filechooser-save">
<title>การบันทึกแฟ้ม</title>
<para>เมื่อคุณสั่งบันทึกงานของคุณครั้งแรกในโปรแกรมประยุกต์ จะมีกล่องโต้ตอบ <guilabel>บันทึกเป็น</guilabel> ขึ้นมาถามตำแหน่งและชื่อของแฟ้มใหม่ที่จะบันทึก จากนั้น การสั่งบันทึกครั้งต่อ ๆ ไปก็จะเป็นการปรับข้อมูลแฟ้มนั้น ๆ ทันที โดยไม่มีการถามตำแหน่งหรือชื่อของแฟ้มอีก หากต้องการบันทึกลงในแฟ้มใหม่ ก็เลือก <menuchoice><guimenu>แฟ้ม</guimenu><guimenuitem>บันทึกเป็น</guimenuitem></menuchoice></para>
<para>คุณสามารถป้อนชื่อแฟ้ม แล้วเลือกตำแหน่งที่จะบันทึกจากรายชื่อที่คั่นหน้าและตำแหน่งใช้บ่อยได้</para>
<section id="filechooser-save-expanded">
<title>การบันทึกในตำแหน่งอื่น</title>
<para>การบันทึกแฟ้มลงในตำแหน่งที่ไม่อยู่ในรายชื่อ ทำได้โดยคลิกป้ายขยาย <guilabel>เรียกดูโฟลเดอร์อื่น</guilabel> ซึ่งจะแสดงช่องท่องดูแฟ้มที่คล้ายกับในกล่องโต้ตอบ <guilabel>เปิดแฟ้ม</guilabel></para>
<tip><para>กล่องโต้ตอบ <guilabel>บันทึกแฟ้ม</guilabel> ที่ขยายออกแล้ว จะมีความสามารถต่าง ๆ เหมือนใน <link linkend="filechooser-open">กล่องโต้ตอบ <guilabel>เปิดแฟ้ม</guilabel></link> เช่น การกรองรายชื่อ การหาไปพร้อมกับการพิมพ์ และการเพิ่มและลบที่คั่นหน้า</para></tip>
</section>
<section id="filechooser-save-overwrite">
<title>การแทนที่แฟ้มที่มีอยู่ก่อน</title>
<para>ถ้าคุณป้อนชื่อของแฟ้มที่มีอยู่ก่อน โปรแกรมจะถามว่าคุณต้องการเขียนทับแฟ้มที่มีอยู่ก่อนด้วยเนื้อหาใหม่ของงานคุณหรือไม่ นอกจากนี้ ถ้าคุณต้องการเขียนทับแฟ้มเดิม คุณยังทำได้โดยเลือกแฟ้มที่ต้องการเขียนทับได้จากช่องรายชื่อแฟ้ม</para>
</section>
<section id="filechooser-save-path">
<title>การป้อนชื่อพาธ</title>
<para>การระบุพาธที่จะบันทึกแฟ้ม ทำได้โดยป้อนลงในช่อง <guilabel>ชื่อ</guilabel> จะมีรายชื่อแฟ้มและโฟลเดอร์ที่เป็นไปได้คลี่ลงให้ทันทีที่คุณเริ่มพิมพ์ ใช้ <keycap>ลูกศรลง</keycap> และ <keycap>ลูกศรขึ้น</keycap> และ <keycap>Enter</keycap> เลือกรายการในรายชื่อได้ และถ้ามีแค่แฟ้มหรือโฟลเดอร์เดียวที่ชื่อตรงกับชื่อต้นที่คุณพิมพ์ ก็เติมเต็มชื่อได้โดยกด <keycap>Tab</keycap></para>
</section>
<section id="filechooser-save-newfolder">
<title>การสร้างโฟลเดอร์ใหม่</title>
<para>หากคุณต้องการสร้างโฟลเดอร์ใหม่เพื่อใช้เก็บแฟ้ม ก็กดที่ปุ่ม <guibutton>สร้างโฟลเดอร์</guibutton> แล้วป้อนชื่อโฟลเดอร์ใหม่นั้น และกด <keycap>Enter</keycap> จากนั้น คุณสามารถเลือกโฟลเดอร์ที่เพิ่งสร้างนั้นเพื่อเก็บแฟ้มได้ เหมือน ๆ กับการเลือกโฟลเดอร์ทั่วไป</para>
</section>
</section>
</section>
</chapter>